วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

รุ่น1956 vespa 150และ1956 vespa GS150


         1956 vespa 150 กะโหลกไฟหน้า แบบจีบสันในรุ่น 125U ถูกแทนด้วยหัวไฟรูปร่างหน้าตาใหม่แบบที่แค่เป็นเอกลักษณ์ ( ทางบ้านเรา เรียกว่า รุ่นหัวโต ) รถรุ่นนี้เริ่มติดตั้งมาตรวัดเรือนไมล์ทรงสี่เหลี่ยมเป็นรายแรก และยังรวมรายละเอียดปลีกย่อย เล็กๆ น้อยๆ ที่อยากแตกต่างเป็นไปตามแผนพัฒนาโมเดลในแต่ละรุ่น โดยเฉพาะรุ่นปี 1956 ซึ่งเป็นโมเดลรุ่นส่งท้ายสำหรับเวอร์ชั่นรถ " คอหงส์ " ( Swan Neck ) เช่น การเพิ่มเส้นสันขอบนอกบนดั้งจมูกที่ติดตั้งแตร สวิตช์ควบคุมสั่งงานเกียวกับระบบไฟต่างๆก็ดูแปลกตาด้วยรูปทรงเหลี่ยมโค้งมนที่ประกบเข้ากับคันเร่ง ได้ทำการออกแบบให้เรียบดูเหมือนเป็นงานชิ้นเดียวกัน สวิตช์กุญแจคอทองเหลืองก็ติดตั้งไว้เหนือกรวยท่อร้อยสายเคเบิ้ล ซี่ดุมแบบจีบดักอากาศระบายความร้อนของดุมเบรกที่เรียกว่า " ฝาจีบ " เป็นแผนสำหรับดุม vespa รุ่นคลาสสิกที่ผลิตต่อๆมา ท่อไอเสีย และการติดตั้งได้ทำการออกแบบใหม่ ถังน้ำมันเพิ่มเป็น 6.2 ลิตร ทรง 5 เหลี่ยม ยส่วนตะแกรงหลังยังคงรูปแบบเหมือนรูปทรง " A " เพรียวบางและยาวกว่า ที่ทำการยึดแน่นเข้าตรงตำแหน่งเสาหลักยึดเบาะเดี่ยว 2 จุด และตรงตำแหน่งส่วนโค้งของบอดี้ด้านท้าย และได้ติดตั้งไฟท้ายทรงสี่เหลี่ยมทับทิมสีแดง แบบเดียวกับรุ่นปี 1953 เป็นงานปิกจ๊อบ

         
1956 vespa GS150 ( VS2M ) เป็นรถสายพันธ์ GS 150 ถูกพัฒนาจากเครื่องยนต์รถแข่งที่ vespa ที่ประสบความสำเร็จและเป็นเจ้าของสถิติมายาวนานเครื่องยนต์ " ทายาทความเร็ว " ที่ผลิตเพื่อการใช้โดยทั่วๆไป เกิดขึ้นครั้งแรกปี 1955 ( สายเกียร์นอก/VS1M ) โดยให้ชื่อว่า Gran Sport ( Gs ) ในฐานะรถจักรยานยนต์ 150 ซี.ซี.ที่สามารถทำความเร็วได้เกิน 100 กม. /ซม. ซึ่งเป็นคาวมภาคภูมิใจ แล้ว ทั้งรูปร่างหน้าตาที่เน้ไปในทาง " รถสปอร์ต " แล้วได้เปลี่ยน กะโหลกไฟหน้าเป็นเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 นิ้ว และหันมาใช้สัญลักษณ์ " P " ที่ทำจากทองเหลืองลงสีอบความร้อนตรงตำแหน่งบังลมด้านหน้า บนชุดเกียร์ขับเฟืองแบบ 4 สปีด ที่ปรับอัตราทดให้สามารถออกตัวและทำความเร็วช่วงต้นได้เป็นอย่างดี และด้วยความเร็วเช่นนี้ระบบเบรกแบบดรัมจึงได้ทำการปรับเปลี่ยนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพิ่มเป็น 150 มม. ทั้งหน้า/หลัง และเปลี่ยนไปใช้ล้อขนาด 10 นิ้ว ที่ใช้ยางขนาด 3.50 นิ้ว แน่นนอนว่าเพิ่มความปลอดภัยกว่ายาง 8 นิ้ว เป็นแน่นนอนใช่บาวละท่านๆ
          สำหรับรถที่ผลิตในอิตาลี ภายใต้แบรนด์ Piaggio  ( 1956/VS2M ) ก็ได้เปลี่ยนแปลง บอดี้เหล็กขึ้นรูปถูกขยายความกว้าง/ความสูง ขึ้นไปอีก 10 มม.รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนระบบสั่งงาน คันเกียร์/คันเร่ง แบบสายเคเบิ้ลด้านนอกได้ถูกนำกลับมาซ่อนไว้ด้านในแกนคอ ส่งการทำการกลับไปสู่กลไกตอนท้ายเครื่อง แต่ก็ยังได้รับอิทธิพลของรถรุ่น 1955 สืบทอดเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างครบครัน เช่น เครื่องยนต์แสนประหยัดแบบทำงานเฉพาะตัว " ลูกสูบวิดน้ำมัน " เพียงแค่ปรับจูน ลดขนาด ของกำลังเล็กน้อย ( 1:7 เหลือ 1:65 ) เมื่อทำงานกับคาร์บูเรเตอร์ของ Deell'Orto ขนาด 23 มม. ( UB23 S3 ) สมารถผลิตกำลังและรอบเครื่องใหม่ที่ 7.8 แรงม้า 7,000 รอบ/นาที ส่วนที่กระโปรงอ้วนกลมก็ยังปิดล๊อกด้วยชุดกลไก " เข็มสลัด " ที่ได้รับอิทธฺพลมาจากรถแข่งรายการ six-Day Trial ครีบระบายความร้อน แบบ 7 ช่อง รับกับฟอร์แมตฝาครอบพัดลม แบบ 3 ช่อง ยังรวมไปถึงมาตรวัด " ทรงเหลี่ยม " ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ไปเสียแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น